ราษฎร์อาณาจักรกวี

โกศล อนุสิม : ราษฎรกวี

กวีตาย

ใครใครก็ว่า กวีตาย
ล้มลงจมหายในยุคสมัย
โดยมิเคยมีคนไว้อาลัย
กวีจึงปราชัยไปเงียบงัน

ใครใครก็ว่า กวีตายแล้ว
ไม่เหลือเชื้อแนวกวีขวัญ
ศพก็หาไม่เห็นเป็นสำคัญ
จึงร่ำลือกันว่าตายแท้

ตายอยู่กลางป่าอันรกชัฎ
ด้วยความอัตคัดย่ำแย่
ป่าแห่งยุคสมัยอันปรวนแปร
กวีล้มลงแผ่เพราะหมดทาง

ใครใครก็ว่า กวีตาย
เมื่อไร้ความหมายไปทุกอย่าง
ยุคสมัยไม่เห็นค่าจึงละวาง
โดยการทิ้งขว้างกวี

ใครใครก็ว่า กวีตาย
ถึงความวอดวายไม่อาจหนี
หาศพไม่เห็นเป็นการดี
ไม่ต้องมีพิธีศพรบกวนคน

ใครใครก็ว่า กวีตาย
ได้ยินมากมายในทุกหน
คล้ายคล้ายว่าเห็นเป็นมงคล
เมื่อกวีไปพ้นจากแผ่นดิน

ใครใครก็ว่า กวีตาย
ยังดอกยังไม่หายไปหมดสิ้น
ข้าก็กวีหนึ่งจงพึงยิน
ยังไม่สิ้นเสียงกวี-มีพึมพำฯ

โกศล อนุสิม
๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๑

18 มิถุนายน, 2008 แสดงความเห็นโดย Kosol Anusim | กลอน | , , , | 2 ความเห็น

ข้าพเจ้าหลงรักฯ

อยู่อยู่หัวใจมาไหวอ่อน
ทั้งที่เมื่อก่อนหยุดอ่อนไหว
จู่จู่ข้าพเจ้าต้องแปลกใจ
ที่กลับคืนไปในที่เดิม

แต่ก่อนหัวใจมักเฉื่อยเฉย
มิเคยจะอ่อนไหวไม่ฮึกเหิม
เหมือนหัวใจเก่าเขม่าเจิม
เอาอะไรมาเติมก็เหมือนตาย

ข้าพเจ้าแปลกใจเสียจริงหนอ
จึงขอถามนิดมิตรสหาย
เหล่าเพื่อนนักสู้ลูกผู้ชาย
มีคล้ายกันบ้างหรืออย่างไร

ที่จู่จู่หัวใจก็ไหวอ่อน
เหมือนดังเมื่อตอนเป็นหนุ่มใหม่
เหมือนเมื่อรักแรกเข้าแทรกใจ
ที่จู่จู่รู้สึกได้อีกครั้ง

ข้าพเจ้าตะลึงตะลานแล้ว
หัวใจลึกแนวยากจะหยั่ง
รู้แล้วอิ่มอุ่นละมุนจัง
หัวใจยัง ดูดีมีชีวา

ข้าพเจ้ามีเรื่องจะถามเพื่อน
ว่าเป็นเหมือนข้าพเจ้าหรือเปล่าหนา
ข้าพเจ้าหลงรักภรรยา
ที่อยู่ร่วมชายคาสิบห้าปีฯ.

โกศล อนุสิม

17 มิถุนายน, 2008 แสดงความเห็นโดย Kosol Anusim | กลอน | , , | 2 ความเห็น

รำพึงนอกป่าช้า

วังเอ๋ยวังเวง
ไร้เสียงหง่างเหง่ง ระฆังหาย
ทิวากาลก็เหมือนจะกลับกลาย
เป็นราตรีคล้ายคล้ายตะวันลับ


ป่าช้า : จาก Songkhlatoday.com
…………………………………

เห็นแต่ความมืดคลุมขยุ้มไผท
ผู้คนหลงใหลในความหลับ
มนต์ดำขย้ำใจให้คำนับ
หลงอยู่กับความฝันสวรรค์อำไพ

ป่าช้าก็ยังเห็นเป็นแดนสวรรค์
จะจริงหรือจะฝัน สำคัญไฉน
เมื่ออยู่ในม่านมนต์ที่ดลใจ
จะเหลือหวังอันใด โอ้อนิจจา!
อ้าอนิจจัง! โธ่ถังเอย.

โกศล อนุสิม
๒๓ มกราคม ๒๕๕๑ .

27 พฤษภาคม, 2008 แสดงความเห็นโดย Kosol Anusim | กลอน | , , , , | 3 ความเห็น

เห็นโลกแล้วว่าไม่สนุก

เพราะเรายังเวียนว่ายในกองกิเลส
จึงมีเหตุยุ่งเหยิงเป็นเพลิงโหม
เพราะมีโลภโกรธหลงเป็นแสงโคม
จึงต้องโถมแรงถั่งคลั่งบ้าไป

เพราะตัวกูของกูอยู่ทุกฝ่าย
เพราะเห็นคนอื่นร้ายจึงรุกไล่
เพราะว่าพวกกูดีกว่าพวกของใคร
เพราะต่างจิตต่างใจไม่ยอมกัน

กิเลสชักพาให้หน้ามืด
ทุกข์จึงยาวยืดมิอาจสั้น
เป็นเรื่องธรรมดาอย่างสามัญ
เกิดดับนับอนันต์อเนกกาล

ใครผู้แลเห็นความเป็นไป
รู้แน่แก่ใจไม่ฟุ้งซ่าน
จึงถึงทางธรรมที่เบิกบาน
สู่พระนิพพานจึงพ้นทุกข์

ขอตามรอยบาทพระศาสดา
เห็นโลกแล้วว่าไม่สนุก
อยู่พอประมาณไม่พล่านพลุก
พระธรรมนำสุขสงบใจฯ

26 พฤษภาคม, 2008 แสดงความเห็นโดย Kosol Anusim | กลอน | , , , | 3 ความเห็น

น้ำตาตกอกไข้


ภาพจาก Manager Online

น้ำตาก็ตกอกเป็นไข้
หัวใจก็เจ็บจนเหน็บใจ
เมื่อเห็นคนไทยทำร้ายกัน

เพราะด้วยความคิดที่ต่างขั้ว
เพราะด้วยความกลัวที่ต่างขั้น
เพราะด้วยต่างพวกสารพัน
เพราะพวกมัน พวกกู สู้กันไป

จึงเข้าชุมนุมเป็นกลุ่มกล้า
ยืนเผชิญหน้าท้าทายใส่
พวกมึง พวกกูช้าอยู่ไย
เอาเลือดหัวให้ออกไหลริน

ใครชั่ว ใครร้าย และใครได้
หัวเราะ สะใจ เมื่อได้กลิ่น-
เลือดของผองชนคนเดินดิน
และศพที่สิ้นลมหายใจ

กี่ครั้ง กี่หน ที่พ้นผ่าน
ไม่ช้า ไม่นาน จำไม่ได้
ฆ่าฟันล้างผลาญเพิ่งผ่านไป
นี่เริ่มต้นใหม่มาอีกครั้ง

กี่ครั้งที่คนล้มใจขาด
กี่ครั้งที่ชาติน้ำตาหลั่ง
กี่ครั้งที่เราจะได้ฟัง
เรื่องความชิงชังกลบฝังไทย

น้ำตาจึงตกอกเป็นไข้
หัวใจก็เจ็บเหน็บหัวใจ
เมื่อเห็นคนไทยไล่ฆ่ากันฯ

โกศล อนุสิม
คืนคาบเกี่ยว ๒๕-๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

25 พฤษภาคม, 2008 แสดงความเห็นโดย Kosol Anusim | กลอน | , , , | 5 ความเห็น

ฝนจูบดิน(1)

พอจู่จู่ก็มาเต็มฟ้าแล้ว
พร้อมสายลมพรมแผ่วมาชุ่มฉ่ำ
พออยู่อยู่ก็หลั่งสายลงร่ายรำ
เป็นหยาดน้ำเต็มปริ่มอิ่มผืนดิน

หอมกลิ่นฝนปนกลิ่นฟ้า กลิ่นหญ้าแห้ง
บนแผ่นดินที่เคยแล้งแห้งทุกถิ่น
แสงตะวันพลันหอมล้นหลังฝนริน
นกโบยบินออกดมดอมหอมตะวัน
Read more »

22 พฤษภาคม, 2008 แสดงความเห็นโดย Kosol Anusim | กลอน | , , , | No Comments Yet

ฝนจูบดิน(2)

หยาดหยดลงมาทีละหยาด
สู่แผ่นดินตฤณชาติทุกหยาดใส
หยาดลงจากฟ้ามาคราใด
ชุ่มชื่นก็หลั่งไหลลงครานั้น

หยาดหยดลงมาหลายหลายหยาด
ครืนเสียงฟ้าฟาดฟังสนั่น
และม่านหยาดน้ำฟ้าหลั่งมาพลัน
จึงทุกชีวันสำราญใจ
Read more »

22 พฤษภาคม, 2008 แสดงความเห็นโดย Kosol Anusim | กลอน | , , , | No Comments Yet

พิศโลก

ลืมตามาดูโลก
มีทั้งสุขทั้งโศกโลกมอบให้
จะครองสุขหรือเศร้าเหงาดวงใจ
ก็ต้องสู้ต่อไปให้ได้ดี

ลืมตามาดูโลก
รู้ทั้งสุขและโศกโลกวิถี
ที่อาบสุขสนานใจก็มากมี
ที่ทุกข์โศกสุมชีวีก็มากมาย
Read more »

22 พฤษภาคม, 2008 แสดงความเห็นโดย Kosol Anusim | กลอน | , , | 2 ความเห็น

จอมขวัญแห่งดวงใจ

จะทุกข์โศกเจ็บช้ำระกำเพียงไหน
จะอับจนทนทุกข์สักเท่าใด
มิเคยไร้รักแท้ที่เทิดทูน…
ฯลฯ

รักมีให้เที่ยงแท้แน่ในรัก
มิเคยหักห่างหาย ไม่สิ้นสูญ
รักมีแต่ต่อเติมให้เพิ่มพูน
แม้โศกาอาดูรยังอุ่นรัก

โลกยังมีรักแท้ที่ปรารถนา
ซึ่งคงค่าเปี่ยมล้นคนรู้จัก
เป็นที่ซึ่งดวงใจได้พิงพัก
เป็นเสมือนหลักชัยให้ชีวิต
Read more »

21 พฤษภาคม, 2008 แสดงความเห็นโดย Kosol Anusim | กลอน | , , | 4 ความเห็น