ใคร?

ภาพจาก : Art.culture.go.th
…………………………….
ใครคนผู้ขายค้า……คือใคร
ขายแผ่นดินสิ้นไป……………หมดแล้ว
เงินทองก่ายกองใน…………..กำปั่น
เห็นแก่ทรัพย์สินแก้ว………….นอบน้อมนายเงิน
นานเนิ่นนั่งซบหน้า…………..คือใคร
คุกเข่าก้มลงไป……………..จูบหล้า
น้ำตาบ่ารินไหล……………..นองหลั่ง
โอ้แผ่นดินถิ่นข้า…………….บัดนี้ใครครอง.
โกศล อนุสิม
รำพึงนอกป่าช้า
วังเอ๋ยวังเวง
ไร้เสียงหง่างเหง่ง ระฆังหาย
ทิวากาลก็เหมือนจะกลับกลาย
เป็นราตรีคล้ายคล้ายตะวันลับ

ป่าช้า : จาก Songkhlatoday.com
…………………………………
เห็นแต่ความมืดคลุมขยุ้มไผท
ผู้คนหลงใหลในความหลับ
มนต์ดำขย้ำใจให้คำนับ
หลงอยู่กับความฝันสวรรค์อำไพ
ป่าช้าก็ยังเห็นเป็นแดนสวรรค์
จะจริงหรือจะฝัน สำคัญไฉน
เมื่ออยู่ในม่านมนต์ที่ดลใจ
จะเหลือหวังอันใด โอ้อนิจจา!
อ้าอนิจจัง! โธ่ถังเอย.
โกศล อนุสิม
๒๓ มกราคม ๒๕๕๑ .
เห็นโลกแล้วว่าไม่สนุก
เพราะเรายังเวียนว่ายในกองกิเลส
จึงมีเหตุยุ่งเหยิงเป็นเพลิงโหม
เพราะมีโลภโกรธหลงเป็นแสงโคม
จึงต้องโถมแรงถั่งคลั่งบ้าไป
เพราะตัวกูของกูอยู่ทุกฝ่าย
เพราะเห็นคนอื่นร้ายจึงรุกไล่
เพราะว่าพวกกูดีกว่าพวกของใคร
เพราะต่างจิตต่างใจไม่ยอมกัน
กิเลสชักพาให้หน้ามืด
ทุกข์จึงยาวยืดมิอาจสั้น
เป็นเรื่องธรรมดาอย่างสามัญ
เกิดดับนับอนันต์อเนกกาล
ใครผู้แลเห็นความเป็นไป
รู้แน่แก่ใจไม่ฟุ้งซ่าน
จึงถึงทางธรรมที่เบิกบาน
สู่พระนิพพานจึงพ้นทุกข์
ขอตามรอยบาทพระศาสดา
เห็นโลกแล้วว่าไม่สนุก
อยู่พอประมาณไม่พล่านพลุก
พระธรรมนำสุขสงบใจฯ
น้ำตาตกอกไข้
ภาพจาก Manager Online
น้ำตาก็ตกอกเป็นไข้
หัวใจก็เจ็บจนเหน็บใจ
เมื่อเห็นคนไทยทำร้ายกัน
เพราะด้วยความคิดที่ต่างขั้ว
เพราะด้วยความกลัวที่ต่างขั้น
เพราะด้วยต่างพวกสารพัน
เพราะพวกมัน พวกกู สู้กันไป
จึงเข้าชุมนุมเป็นกลุ่มกล้า
ยืนเผชิญหน้าท้าทายใส่
พวกมึง พวกกูช้าอยู่ไย
เอาเลือดหัวให้ออกไหลริน
ใครชั่ว ใครร้าย และใครได้
หัวเราะ สะใจ เมื่อได้กลิ่น-
เลือดของผองชนคนเดินดิน
และศพที่สิ้นลมหายใจ
กี่ครั้ง กี่หน ที่พ้นผ่าน
ไม่ช้า ไม่นาน จำไม่ได้
ฆ่าฟันล้างผลาญเพิ่งผ่านไป
นี่เริ่มต้นใหม่มาอีกครั้ง
กี่ครั้งที่คนล้มใจขาด
กี่ครั้งที่ชาติน้ำตาหลั่ง
กี่ครั้งที่เราจะได้ฟัง
เรื่องความชิงชังกลบฝังไทย
น้ำตาจึงตกอกเป็นไข้
หัวใจก็เจ็บเหน็บหัวใจ
เมื่อเห็นคนไทยไล่ฆ่ากันฯ
โกศล อนุสิม
คืนคาบเกี่ยว ๒๕-๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑
กวีนิพนธ์ไม่ได้ขาย
บทกวีมิได้ขาย
มีแจกจ่ายและแบ่งปัน
กวีมีร้อยพัน
มุุุ่่่งสร้างสรรค์การกวี
กวีมีแบ่งปัน
กาพย์ กลอน ฉันท์ อันเด่นดีี
โคลง ร่าย ลิลิต มี
หล่อเลี้ยงใจไสวเรือง
บทกวีมิได้ขาย
เราทั้งหลายไม่สิ้นเปลือง
เอาใจอันเมลือง-
มลังดลนิพนธ์กวี
Read more »
ฝนจูบดิน(1)
พอจู่จู่ก็มาเต็มฟ้าแล้ว
พร้อมสายลมพรมแผ่วมาชุ่มฉ่ำ
พออยู่อยู่ก็หลั่งสายลงร่ายรำ
เป็นหยาดน้ำเต็มปริ่มอิ่มผืนดิน
หอมกลิ่นฝนปนกลิ่นฟ้า กลิ่นหญ้าแห้ง
บนแผ่นดินที่เคยแล้งแห้งทุกถิ่น
แสงตะวันพลันหอมล้นหลังฝนริน
นกโบยบินออกดมดอมหอมตะวัน
Read more »
ฝนจูบดิน(2)
หยาดหยดลงมาทีละหยาด
สู่แผ่นดินตฤณชาติทุกหยาดใส
หยาดลงจากฟ้ามาคราใด
ชุ่มชื่นก็หลั่งไหลลงครานั้น
หยาดหยดลงมาหลายหลายหยาด
ครืนเสียงฟ้าฟาดฟังสนั่น
และม่านหยาดน้ำฟ้าหลั่งมาพลัน
จึงทุกชีวันสำราญใจ
Read more »
พิศโลก

ลืมตามาดูโลก
มีทั้งสุขทั้งโศกโลกมอบให้
จะครองสุขหรือเศร้าเหงาดวงใจ
ก็ต้องสู้ต่อไปให้ได้ดี
ลืมตามาดูโลก
รู้ทั้งสุขและโศกโลกวิถี
ที่อาบสุขสนานใจก็มากมี
ที่ทุกข์โศกสุมชีวีก็มากมาย
Read more »
จอมขวัญแห่งดวงใจ

จะทุกข์โศกเจ็บช้ำระกำเพียงไหน
จะอับจนทนทุกข์สักเท่าใด
มิเคยไร้รักแท้ที่เทิดทูน…
ฯลฯ
รักมีให้เที่ยงแท้แน่ในรัก
มิเคยหักห่างหาย ไม่สิ้นสูญ
รักมีแต่ต่อเติมให้เพิ่มพูน
แม้โศกาอาดูรยังอุ่นรัก
โลกยังมีรักแท้ที่ปรารถนา
ซึ่งคงค่าเปี่ยมล้นคนรู้จัก
เป็นที่ซึ่งดวงใจได้พิงพัก
เป็นเสมือนหลักชัยให้ชีวิต
Read more »